ในเรือนตระกูลอาคานิชิ
ตอนนี้กำลังมีงานรื่นเริงอย่างใหญ่โต ไม่ว่าข้า ทาส นาย บ่าว
ต่างก็ออกมายินดีกับการหมั้นหมายของทั้งสองตระกูล
ตระกูลฟูจิวาระ ตระกูลเชื้อสายขององค์จักรพรรดิ์
และตระกูลอาคานิชิ ตระกูลฝ่ายขุนนางที่มีอิทธิพลมากที่สุด
ชาวบ้านที่รู้ข่าวต่างออกมาร่วมแสดงความยินดีแก่ท่านอาคานิชิ จิน
และคุณหญิงเจ้าเรือนคิริซึโบะ
ด้วยการจัดมหรสพและประชันเครื่องแต่งตัวที่คิดว่าดีที่สุดไปตามถนนหนทาง
โห่ร้องสรรเสริญกันเกือบทั้งวันทั้งคืน
ในราตรีอันยาวนานนี้ พระจันทร์เป็นสีแดงสว่างสุกสกาวมากกว่าคืนไหน ๆ
บางคนก็คิดว่าเป็นลางดี บ้างก็ว่าเป็นลางร้าย
แต่ใครจะรู้ได้เล่าว่า แท้ที่จริงดวงจันทร์กำลังร่ำไห้ไปกับมนุษย์น้อยคนนึงเท่านั้น
เด็กหนุ่มร่างเล็กบอบบางในชุดฮากามะ กำลังสะบัดมือหนีจากอีกฝ่าย
"แค่เรื่องที่ว่า ข้าไม่มีสิทธิ์หึงหวงน่ะ ข้ารู้หรอก!"
"รู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางเป็นข้าไปได้...ปล่อยข้า ยูอิจิ!"
ถึงแม้จะพูดหรือจะออกแรงขัดขืนอย่างไรคนร่างเล็กก็สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้
"ปล่อย!! ข้าเจ๊บนะ ยู"
หน้าแดงกล่ำไปถึงหู แต่ก็ลดความน่าดูลงไปมิได้เลย
เสียงเจื้อยแจ้ว ที่กำลังพยายามสุดชีวิตที่จะเค้นเสียงมาสู้บ้าง
กลีบปากขบเม้มเป็นสีแดงจัดอวบอิ่มนั่น
ผิวขาวเนียนผ่องยามเมื่อต้องอยู่ใต้แสงจันทร์
ผมสีทองยาวสลวยพริ้วไหวไปตามลม แล้วก็ดวงตาสีแดงทับทิมนั่นอีก
งดงามอย่างประหลาด งานเหมือนมิใช่คนบนโลกนี้
"แต่เจ้าต้องไม่รักเค้า คาซึยะ!" ยูอิจิพยายามบังคับให้อีกฝ่ายรับฟังในสิ่งที่เค้าพูด
เจ้าต้องไม่รักเค้า เราต่างกับเค้ามากเกินไป..ข้าไม่อยากให้เจ้าเจ๊บปวด
"แต่ว่าข้ารักเค้านี่ยู จะให้ข้าทำยังไงล่ะ "น้ำตาเริ่มหยาดรินออกมาจากดวงตาใส
รักมากไม่อยากห่างแม้สักนาที แต่...ข้าทำใจไม่ได้เรื่อง...จะต้องเสียเค้าไป
"...คาซึยะ...ข้ารู้ว่าเจ้าเจ๊บ ข้ารู้ว่าเจ้าทรมาน
แต่เจ้าจะเจ๊บกว่านี้ ถ้าเจ้าไปยุ่งกับนายท่าน "
"ฮึ่ก!!!"อีกฝ่ายส่ายหน้าไปมาทำท่าไม่รับรู้ใด ๆ ทั้งสิ้น
"เรากับเค้าต่างกันน่ะ รู้ไหม คาซึยะ เจ้าคือทาส ส่วนท่านจินเขาเป็นนาย
เค้าเป็นถึงขุนนางฝ่ายซ้ายผู้ครอง2ใน3ของเกียวโต เจ้าพอจะนึกได้รึยังว่ามันไม่สมควร"
ยูอิจิพยายามอธิบาย หวังว่ามันจะซึมเข้าไปในสมองอันน้อยนิดของคาซึยะได้บ้าง
"ข้าไม่รู้อะไรทั้งสิ้นหรอกยู ข้ารู้ว่าข้ารักเค้า รักเค้า เข้าใจไหม ฮือ ข้าจะไปหาเค้า!!!"
คนร่างเล็กไม่อยากได้ยินสิ่งใดอีกต่อไป
ได้แต่ตระโกนร่ำไห้ไม่หยุด จนดิ้นหลุดจากการดึงรั้งไว้
แล้ววิ่งหนีหายไปตามทางที่มืดมิด
"คาซึยะ!!! โธ่เว้ย..."
ยูอิจิทำได้เพียงแต่มองร่างที่วิ่งหายไปอย่างหมดหวัง
จริง ๆ ด้วยน่ะ ยู
สิ่งที่เรียกว่าทาสเนี่ย
อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้อิจฉาที่สุดในโลกก็ได้
รู้อยู่แล้ว ว่าข้าเป็นทาสและสำหรับจิน
ข้าก็คงเป็นแค่ของเล่นรึไม่ก็ทาสที่เลี้ยงไว้
แต่สำหรับข้าน่ะถึงจะเป็นแบบนั้นก็ตาม...
จินเป็นข้อยกเว้น
จินเป็นคนเดียวที่เป็นคนเห็นคุณค่าในตัวข้า
เค้าถนอมข้าและมอบความอบอุ่นให้เสมอ
ทั้ง ๆ ที่เป็นแบบนั้น แต่เฉพาะมือคู่นั้นที่ข้าไม่อยากเสียมันไป
"ปึ้ก!!! โอ๊ะ ขอโทษนะ"คาซึยะถูกชาวบ้านเดินชน แต่ก็ไม่สนสิ่งใดเลย
ไม่สนใจว่าใครจะทำไม ทำอะไร
เมื่อไม่มีจินอยู่ก็เหมือนดวงใจดวงนี้ของมันไม่มีความรู้สึก
จริง ๆ แล้วเรื่องพวกนั้นจะเป็นยังไงก็ช่าง
สำหรับข้าแล้ว เพราะว่าจินคือจิน ไม่มีจินก็คือไม่มีข้า
อยากให้รู้ไว้ว่า...ข้ารักจิน
"อะ..อะไรกัน เจ้านี่!?"จู่ชายคนนึงก็อุทานขึ้นมา
อย่างน้อยก็ทำให้เค้าได้รู้สึกตัวว่ามีคนมองมาที่เค้า
"ผมสีทอง? ตาสีแดง?" ผ้าคลุมหัวที่หยิบมาคลุมมันร่วงหล่นไปตอนไหนไม่รู้
"ชาวต่างชาติเรอะ?"
"ไม่หรอก....อาจจะเป็นภูตก็ได้"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไป ต่าง ๆ นานา ทำให้เค้ารู้สึกอึดอัด
ทำไมต้องเป็นอย่างงี้ด้วยนะมันเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว
ปีศาจ ออกไป๊!!! ไอ้ตัวเฮงซวย ลูกยักษ์
เสียงด่าทอ ในอดีตเริ่มเข้ามาในหัวอีกแล้ว
เพราะเรามันเป็นตัวประหลาดที่อยู่ตามลำพังมาตลอด
ทั้ง ๆ ที่เราเคยชินกับการโดนแกล้งหรือบาดเจ๊บเต็มตัวแล้ว
แต่คราวนี้มันช่างทรมานยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เพราะอะไร...
แซ่ด แซ่ด
"อ่ะ! เฮ้ยรอเดี๋ยวก่อน"
ไม่อยากอยู่ตรงนี้ สิ่งเดี๋ยวที่พอจะนึกออกได้ในขณะนั้น
"จับตัวไว้! ใครก็ได้ไปเรียกเจ้าหน้าที่มาที"
เด็กหนุ่มวิ่งเข้าดงป่าด้านข้างไปอย่างไร้ร่องรอย
เค้าวิ่งนานมาก จนไม่รู้ว่าตัวเค้านั้นได้อยู่ที่ใด
"แฮ่ก ๆ ที่นี่...ที่ไหนเนี่ย?"
ไร้สาระที่สุดเลยเราที่คิดจะมาตามหาจินเนี่ย ...
สุดท้ายเด็กหนุ่มก็นอนกับพื้นหญ้าตรงนั้นด้วยความเหน็ดเหนื่อย
นอนแหงนหน้าดูบนท้องฟ้ากว้าง
"ว้าว..."
"ดาวอยู่ใกล้จัง"
"เหมือนจะตกลงมาจากฟ้าเลย" เด็กหนุ่มยื่นมือทั้งสองข้างขึ้นไปบนท้องฟ้า
พลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
แสงจันทร์ที่ลอดผ่านแมกไม้
ประกายแสงแต่ละประกาย
หมู่ดาวที่ดูราวจะเอื้อมมือออกไปสัมผัสได้
ทั้งใหญ่ ทั้งสว่างไสวกระจ่างตา
จิน....ดวงหน้าของคนอันเป็นที่รักลอยมาซ้อนทับกับดวงดาวที่ลอยอยู่เ
กลี่ยกลาดเต็มท้องฟ้า
ภายในใจของเด็กหนุ่มมันบีบเค้นอึดอัดเหลือเกิน
เราก็รู้ดี คำว่า
'ราวกับจะเอื้อมถึง'กับ'เอื้อมถึง'
มันต่างกัน ไม่ว่าจะอยู่ใกล้สักเพียงไหนก็ตาม
มันทรมารมากเลยรู้มั้ย
"นี่ดาว !!!"
"ตกลงมาสิ นี่ ตกลงมาตรงนี้เลย"เสียงตระโกนร้องเสียงดังไปทั่ว
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันน่ะ
ก่อนหน้า...ตอนที่ข้ายังตัวเล็กกว่านี้หลังจากที่แยกจากจิน
ตั้งแต่ตอนนั้นมา
เมื่อไหร่ที่รู้สึกทรมาน เวลาที่อยู่คนเดียวก็จะมานอนนับดาวจนหลับไป
ตอนนี้ก็เหมือนกัน
"ดาว..." ความเหนื่อยทำให้คาซึยะ ค่อย ๆ ผล่อยหลับ
ในค่ำคืนแบบนี้ข้าจะหลับตาแล้วนึกภาพ
คำอธิษฐานของข้าคนเดียว
ภาพของหมอนพระจันทร์กับที่นอนดวงดาว
แล้วข้าก็จะหลับได้
ชอบที่จะหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของดวงดาว
เพราะมันคล้ายกับการได้อยู่ในอ้อมแขนของจินนิดหน่อย
ทำให้รู้สึกว่าถ้าลืมตาขึ้นมาก็จะเห็นจินยืนอยู่ตรงนั้น
นี่ไงล่ะ
ข้าไม่เหงาแล้ว....
+++++++++++++++++++++++
รู้มั้ย?
ถ้าเราอธิษฐานกับพระจันทร์แดง100ครั้ง จะทำให้สมหวังล่ะ
"จนถึงบัดนี้ ข่าไม่เคยเชื่อในคำอธิษฐานมาก่อน"
"ข้าที่เป็นตัวไร้ค่ามาตลอดไม่เคยมีอะไรที่ภูมิใจได้สักอย่าง"
"การอยู่โดดเดี่ยวลำพังก็เป็นเหมือนเรื่องปกติ"
"ไม่มีทั้งที่ไปและไม่รู้ว่าปรารถนาอะไร ไม่เคยคิดจะวอนขออะไรเลย"
ชอบที่สุดเลย คาซึยะ ชอบที่สุด เสียงของจินเมื่อครั้งในอดีต
ที่คาซึยะจดจำไปจนวันสุดท้าย
"แต่ว่าตอนนี้...ข้ามีเพียงสิ่งเดียวที่ปรารถนา"
"นี่ฟังอยู่รึเปล่า พระจันทร์!!"
สิ่งที่ปรารถนามีเพียงหนึ่งเดียว
"ขอมีเพียงท่านจินเท่านั้นที่ดีใจกับการคงอยู่ของข้า"
จะให้ฝันสัก 100 ครั้ง หรือจะร่ายเวทสักพันหน
ต่อให้ต้องอธิษฐานเป็นหมื่นครั้งก็ไม่เป็นไร
"ข้าจะรอ"
.
.
.
.
.
.
"จะรออยู่ที่นี่ตลอดไป"
END PAST Kamenashi