2007/Apr/01

.

.

สวัสดีค๊าฟ.....ออยมาแว๊วววว

ขอโทดนะฮับที่หายไปนานมากๆๆๆ

ตอนนี้ก็ได้ที่เรียนแล้ว กลับมาแว๊ว คริ คริ

.

.

คิสถึงทุกคนอย่างมากมาย งี๊ดส์!!!

มาก็เปลี่ยนลุคบลอคซะงั้นเรยนะ

สวยม่ะ ไม่สิ...ต้องถามว่าน่ากินมั้ย??

เอ๊ะ!!! อะไรน่ากิน คริ คริ

ผ๊มล้อเล่นน่ะฮับ ^___^

.

.

มีไรมาให้ดูกัน แต่คิดว่าคงเห็นกันแล้วล่ะเนาะ

.

.

งั้นออยไปแล้วนะฮับ

บะบายเน้ออออ

2007/Feb/26

Hi

Hello สวัสดีทุกคนว่าไงสบายดีไหม

คิดถึงทุกคนจังเลย ทำอะไรกันอยู่เด็ก ๆ

รู้สึกว่าที่นี่โดนลืมเลือนไปหมดแล้วมั้งนี่

เหอะ ๆ ช่างเถอะ รู้ว่าไม่มีเวลา

ใครสอบก็ขอให้พยายามต่อไป

เข้าให้ได้ ลุ้นอยู่ห่าง ๆ (ห่วงนะ)

เข้ามาแค่นี้แหละจ๊ะ

เหอะ ๆ คิดถึงทุกคนน้า

2006/Dec/06

ShortFiction : หมอนพระจันทร์กับที่นอนดวงดาว PAST Kamenashi
Story By : Ruins Red

สมัยเฮอัน

ตระกูลขุนนางที่มีอิทธิพลมากที่สุดของแผ่นดินคงหนีไม่พ้นตระกูลอาคานิชิ

ซึ่งเป็นตระกูลนักรบและขุนนางที่ซื่อสัตย์ภัคดีที่สุดในใต้หล้า

ที่รบเพื่อแผ่นดินบ้านเมืองมากว่าหลายร้อยปี วีรบุรุษแห่งสงคราม

เก่งทั้งรบและการปกครองไม่มีใครในแผ่นดินนี้ไม่รู้จักตระกูลนี้

ทั้งสายเลือดทั้งหมดเป็นคนดีและซื่อสัตย์อ่อนน้อม

ถ่อมตนและที่สำคัญที่สุดก็คือรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาสะอาดหมดจด

เหมือนกับถ่ายทอดออกมาไม่ผิดเพี้ยนกันเลย

จะต่างออกไปก็ทายาทคนสุดท้าย อาคานิชิ จิน

ผู้ซึ่งมีพลังอำนาจบางอย่างอยู่ในตัว


ในเรือนตระกูลอาคานิชิ


ตอนนี้กำลังมีงานรื่นเริงอย่างใหญ่โต ไม่ว่าข้า ทาส นาย บ่าว

ต่างก็ออกมายินดีกับการหมั้นหมายของทั้งสองตระกูล

ตระกูลฟูจิวาระ ตระกูลเชื้อสายขององค์จักรพรรดิ์

และตระกูลอาคานิชิ ตระกูลฝ่ายขุนนางที่มีอิทธิพลมากที่สุด

ชาวบ้านที่รู้ข่าวต่างออกมาร่วมแสดงความยินดีแก่ท่านอาคานิชิ จิน

และคุณหญิงเจ้าเรือนคิริซึโบะ

ด้วยการจัดมหรสพและประชันเครื่องแต่งตัวที่คิดว่าดีที่สุดไปตามถนนหนทาง

โห่ร้องสรรเสริญกันเกือบทั้งวันทั้งคืน


ในราตรีอันยาวนานนี้ พระจันทร์เป็นสีแดงสว่างสุกสกาวมากกว่าคืนไหน ๆ

บางคนก็คิดว่าเป็นลางดี บ้างก็ว่าเป็นลางร้าย

แต่ใครจะรู้ได้เล่าว่า แท้ที่จริงดวงจันทร์กำลังร่ำไห้ไปกับมนุษย์น้อยคนนึงเท่านั้น


เด็กหนุ่มร่างเล็กบอบบางในชุดฮากามะ กำลังสะบัดมือหนีจากอีกฝ่าย

"แค่เรื่องที่ว่า ข้าไม่มีสิทธิ์หึงหวงน่ะ ข้ารู้หรอก!"

"รู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางเป็นข้าไปได้...ปล่อยข้า ยูอิจิ!"


ถึงแม้จะพูดหรือจะออกแรงขัดขืนอย่างไรคนร่างเล็กก็สู้แรงอีกฝ่ายไม่ได้

"ปล่อย!! ข้าเจ๊บนะ ยู"

หน้าแดงกล่ำไปถึงหู แต่ก็ลดความน่าดูลงไปมิได้เลย

เสียงเจื้อยแจ้ว ที่กำลังพยายามสุดชีวิตที่จะเค้นเสียงมาสู้บ้าง

กลีบปากขบเม้มเป็นสีแดงจัดอวบอิ่มนั่น

ผิวขาวเนียนผ่องยามเมื่อต้องอยู่ใต้แสงจันทร์

ผมสีทองยาวสลวยพริ้วไหวไปตามลม แล้วก็ดวงตาสีแดงทับทิมนั่นอีก

งดงามอย่างประหลาด งานเหมือนมิใช่คนบนโลกนี้

"แต่เจ้าต้องไม่รักเค้า คาซึยะ!" ยูอิจิพยายามบังคับให้อีกฝ่ายรับฟังในสิ่งที่เค้าพูด

เจ้าต้องไม่รักเค้า เราต่างกับเค้ามากเกินไป..ข้าไม่อยากให้เจ้าเจ๊บปวด


"แต่ว่าข้ารักเค้านี่ยู จะให้ข้าทำยังไงล่ะ "น้ำตาเริ่มหยาดรินออกมาจากดวงตาใส

รักมากไม่อยากห่างแม้สักนาที แต่...ข้าทำใจไม่ได้เรื่อง...จะต้องเสียเค้าไป

"...คาซึยะ...ข้ารู้ว่าเจ้าเจ๊บ ข้ารู้ว่าเจ้าทรมาน

แต่เจ้าจะเจ๊บกว่านี้ ถ้าเจ้าไปยุ่งกับนายท่าน "

"ฮึ่ก!!!"อีกฝ่ายส่ายหน้าไปมาทำท่าไม่รับรู้ใด ๆ ทั้งสิ้น

"เรากับเค้าต่างกันน่ะ รู้ไหม คาซึยะ เจ้าคือทาส ส่วนท่านจินเขาเป็นนาย

เค้าเป็นถึงขุนนางฝ่ายซ้ายผู้ครอง2ใน3ของเกียวโต เจ้าพอจะนึกได้รึยังว่ามันไม่สมควร"

ยูอิจิพยายามอธิบาย หวังว่ามันจะซึมเข้าไปในสมองอันน้อยนิดของคาซึยะได้บ้าง


"ข้าไม่รู้อะไรทั้งสิ้นหรอกยู ข้ารู้ว่าข้ารักเค้า รักเค้า เข้าใจไหม ฮือ ข้าจะไปหาเค้า!!!"

คนร่างเล็กไม่อยากได้ยินสิ่งใดอีกต่อไป

ได้แต่ตระโกนร่ำไห้ไม่หยุด จนดิ้นหลุดจากการดึงรั้งไว้

แล้ววิ่งหนีหายไปตามทางที่มืดมิด

"คาซึยะ!!! โธ่เว้ย..."

ยูอิจิทำได้เพียงแต่มองร่างที่วิ่งหายไปอย่างหมดหวัง

จริง ๆ ด้วยน่ะ ยู

สิ่งที่เรียกว่าทาสเนี่ย

อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่ขี้อิจฉาที่สุดในโลกก็ได้

รู้อยู่แล้ว ว่าข้าเป็นทาสและสำหรับจิน

ข้าก็คงเป็นแค่ของเล่นรึไม่ก็ทาสที่เลี้ยงไว้


แต่สำหรับข้าน่ะถึงจะเป็นแบบนั้นก็ตาม...

จินเป็นข้อยกเว้น

จินเป็นคนเดียวที่เป็นคนเห็นคุณค่าในตัวข้า

เค้าถนอมข้าและมอบความอบอุ่นให้เสมอ

ทั้ง ๆ ที่เป็นแบบนั้น แต่เฉพาะมือคู่นั้นที่ข้าไม่อยากเสียมันไป


"ปึ้ก!!! โอ๊ะ ขอโทษนะ"คาซึยะถูกชาวบ้านเดินชน แต่ก็ไม่สนสิ่งใดเลย

ไม่สนใจว่าใครจะทำไม ทำอะไร

เมื่อไม่มีจินอยู่ก็เหมือนดวงใจดวงนี้ของมันไม่มีความรู้สึก

จริง ๆ แล้วเรื่องพวกนั้นจะเป็นยังไงก็ช่าง

สำหรับข้าแล้ว เพราะว่าจินคือจิน ไม่มีจินก็คือไม่มีข้า

อยากให้รู้ไว้ว่า...ข้ารักจิน

"อะ..อะไรกัน เจ้านี่!?"จู่ชายคนนึงก็อุทานขึ้นมา

อย่างน้อยก็ทำให้เค้าได้รู้สึกตัวว่ามีคนมองมาที่เค้า


"ผมสีทอง? ตาสีแดง?" ผ้าคลุมหัวที่หยิบมาคลุมมันร่วงหล่นไปตอนไหนไม่รู้

"ชาวต่างชาติเรอะ?"

"ไม่หรอก....อาจจะเป็นภูตก็ได้"


เสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไป ต่าง ๆ นานา ทำให้เค้ารู้สึกอึดอัด

ทำไมต้องเป็นอย่างงี้ด้วยนะมันเหมือนสมัยก่อนอีกแล้ว

ปีศาจ ออกไป๊!!! ไอ้ตัวเฮงซวย ลูกยักษ์

เสียงด่าทอ ในอดีตเริ่มเข้ามาในหัวอีกแล้ว

เพราะเรามันเป็นตัวประหลาดที่อยู่ตามลำพังมาตลอด

ทั้ง ๆ ที่เราเคยชินกับการโดนแกล้งหรือบาดเจ๊บเต็มตัวแล้ว

แต่คราวนี้มันช่างทรมานยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เพราะอะไร...

แซ่ด แซ่ด

"อ่ะ! เฮ้ยรอเดี๋ยวก่อน"

ไม่อยากอยู่ตรงนี้ สิ่งเดี๋ยวที่พอจะนึกออกได้ในขณะนั้น

"จับตัวไว้! ใครก็ได้ไปเรียกเจ้าหน้าที่มาที"

เด็กหนุ่มวิ่งเข้าดงป่าด้านข้างไปอย่างไร้ร่องรอย

เค้าวิ่งนานมาก จนไม่รู้ว่าตัวเค้านั้นได้อยู่ที่ใด


"แฮ่ก ๆ ที่นี่...ที่ไหนเนี่ย?"

ไร้สาระที่สุดเลยเราที่คิดจะมาตามหาจินเนี่ย ...

สุดท้ายเด็กหนุ่มก็นอนกับพื้นหญ้าตรงนั้นด้วยความเหน็ดเหนื่อย

นอนแหงนหน้าดูบนท้องฟ้ากว้าง


"ว้าว..."

"ดาวอยู่ใกล้จัง"

"เหมือนจะตกลงมาจากฟ้าเลย" เด็กหนุ่มยื่นมือทั้งสองข้างขึ้นไปบนท้องฟ้า

พลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี


แสงจันทร์ที่ลอดผ่านแมกไม้

ประกายแสงแต่ละประกาย

หมู่ดาวที่ดูราวจะเอื้อมมือออกไปสัมผัสได้

ทั้งใหญ่ ทั้งสว่างไสวกระจ่างตา

จิน....ดวงหน้าของคนอันเป็นที่รักลอยมาซ้อนทับกับดวงดาวที่ลอยอยู่เ

กลี่ยกลาดเต็มท้องฟ้า


ภายในใจของเด็กหนุ่มมันบีบเค้นอึดอัดเหลือเกิน

เราก็รู้ดี คำว่า

'ราวกับจะเอื้อมถึง'กับ'เอื้อมถึง'

มันต่างกัน ไม่ว่าจะอยู่ใกล้สักเพียงไหนก็ตาม

มันทรมารมากเลยรู้มั้ย


"นี่ดาว !!!"

"ตกลงมาสิ นี่ ตกลงมาตรงนี้เลย"เสียงตระโกนร้องเสียงดังไปทั่ว


ตั้งแต่เมื่อไหร่กันน่ะ

ก่อนหน้า...ตอนที่ข้ายังตัวเล็กกว่านี้หลังจากที่แยกจากจิน

ตั้งแต่ตอนนั้นมา

เมื่อไหร่ที่รู้สึกทรมาน เวลาที่อยู่คนเดียวก็จะมานอนนับดาวจนหลับไป

ตอนนี้ก็เหมือนกัน


"ดาว..." ความเหนื่อยทำให้คาซึยะ ค่อย ๆ ผล่อยหลับ

ในค่ำคืนแบบนี้ข้าจะหลับตาแล้วนึกภาพ

คำอธิษฐานของข้าคนเดียว

ภาพของหมอนพระจันทร์กับที่นอนดวงดาว

แล้วข้าก็จะหลับได้

ชอบที่จะหลับใหลอยู่ในอ้อมกอดของดวงดาว

เพราะมันคล้ายกับการได้อยู่ในอ้อมแขนของจินนิดหน่อย

ทำให้รู้สึกว่าถ้าลืมตาขึ้นมาก็จะเห็นจินยืนอยู่ตรงนั้น

นี่ไงล่ะ


ข้าไม่เหงาแล้ว....


+++++++++++++++++++++++


รู้มั้ย?

ถ้าเราอธิษฐานกับพระจันทร์แดง100ครั้ง จะทำให้สมหวังล่ะ


"จนถึงบัดนี้ ข่าไม่เคยเชื่อในคำอธิษฐานมาก่อน"

"ข้าที่เป็นตัวไร้ค่ามาตลอดไม่เคยมีอะไรที่ภูมิใจได้สักอย่าง"

"การอยู่โดดเดี่ยวลำพังก็เป็นเหมือนเรื่องปกติ"

"ไม่มีทั้งที่ไปและไม่รู้ว่าปรารถนาอะไร ไม่เคยคิดจะวอนขออะไรเลย"


ชอบที่สุดเลย คาซึยะ ชอบที่สุด เสียงของจินเมื่อครั้งในอดีต

ที่คาซึยะจดจำไปจนวันสุดท้าย


"แต่ว่าตอนนี้...ข้ามีเพียงสิ่งเดียวที่ปรารถนา"

"นี่ฟังอยู่รึเปล่า พระจันทร์!!"


สิ่งที่ปรารถนามีเพียงหนึ่งเดียว


"ขอมีเพียงท่านจินเท่านั้นที่ดีใจกับการคงอยู่ของข้า"


จะให้ฝันสัก 100 ครั้ง หรือจะร่ายเวทสักพันหน

ต่อให้ต้องอธิษฐานเป็นหมื่นครั้งก็ไม่เป็นไร

"ข้าจะรอ"
.
.
.
.
.
.

"จะรออยู่ที่นี่ตลอดไป"


END PAST Kamenashi


edit @ 2006/12/06 22:30:31